September 21, 2021

ห้องสมุดออนไลน์

ข่าวล่าสุด บทความดีๆ หาอ่านได้ที่นี่

การวิเคราะห์ประโยค Sentence Analysis

Analysis

การวิเคราะห์ประโยค Sentence Analysis

ลักษณะของการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร ก็ดูยากเสมอถ้าอ่านแบบไม่มีหลักการ โดยสิ่งที่จำเป็นต่อการอ่านที่สุดนั่นก็คือ การวิเคราะห์ประโยค Sentence Analysis นั่นเอง โดยในบทความนี้มีวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ ที่จะสามารถช่วยให้ผู้อ่านมีการอ่านที่อยู่ในระดับที่ดีขึ้น

วิเคราะห์ประโยค Sentence Analysis คืออะไร และทำอย่างไร?

คือ การที่ผู้อ่านทำการศึกษาประโยคและวิเคราะห์ด้านของประโยค มีความหมายว่า ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนไหน ทุกงานเขียนนั้นล้วนแต่จะต้องประกอบไปด้วยคำต่าง ๆ โดยทุกคำที่ใช้เพื่อเป็นการสื่อสารที่สมบูรณ์และมีความหมายที่สามารถทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจงานเขียนนั้นได้อย่างง่าย โดยทุกคำมีการนำมารวบกันให้อยู่ในรูปประโยคที่สมบูรณ์

โดยประโยคที่สมบูรณ์นั้น ไม่ว่าจะมีขนาดของประโยคที่สั้นยาวเพียงใด แต่สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ประธาน subject และภาคแสดง หรือ ภาคกิริยา Verb โดยนอกเหนือจากนี้แล้วอาจจะมีภาคที่เข้ามาทำการขยายต่างๆให้เราสามารถมองเห็นหรือเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อออกมาได้มากขึ้นนั่นเอง 

ดังนั้นทุกครั้งที่เราจะอ่านไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หากต้องเจอคำที่แลซับซ้อน หรือไม่สามารถทำการเข้าใจได้อย่างง่าย ผู้อ่านจะต้องเริ่มทำการค้นหาความหมายของศัพท์นั้นให้ได้เสียก่อน เพื่อที่จะได้รู้ถึงความหมายของประโยคทั้งหมดได้นั่นเอง

แต่ต้องทำไว้ว่า ประธาน ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ยังบริเวณหน้าของประโยคเสมอไป และกริยาไม่จำเป็นที่จะต้องมีเพียงตัวเดียวในประโยค หรือต้องอยู่ติดกับประธานเสมอไป โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการอ่านก็คือ คุณจะต้องทำการหาประธานและกริยาหลักของประโยคให้ได้เสียก่อนนั่นเอง 

ตัวอย่างเช่น

Native to south America, the gourd is an annual vine whose fruit is used for decorative rather than eating purpose

 

จะเห็นได้ว่า คำที่ขีดเป็นสีเขียวนั้น คือส่วนของประธาน และ ประโยคที่เป็นสีฟ้านั้นคือส่วนของภาคกริยา ซึ่งจะหมายความว่าประโยคแรกสุดนั้นไม่ใช่ภาคประธานที่แท้จริงแต่อย่างใด เพราะดูจากส่วนที่ตามมาของมันนั้นไม่ใช่ภาคกริยาและยังมรเครื่องหมาย comma ทำการคั่นระหว่างประโยคไว้อีกด้วย ดังนั้นนั้นข้อความในส่วนแรกน่าจะเป็นเพียงข้อความส่วนขยายสะมากกว่า

 

ทำความรู้จักกับ รูปแบบของประโยค

The sentence forms หรือรูปแบบของประโยคภาษาอังกฤษนั้น มีอยู่อย่างมากมายที่มีลักษณะของการเขียนที่มีความแตกต่างกันออกไปแจ่ละรูปแบบ มีวิธีการสังเกตได้ ดังนี้

  • As จะมีความหมายเดียวกับคำว่า Though เมื่อ มีการเขียนอยู่หลังคำคุณศัพท์ 

ตัวอย่างประโยค

 – Rich as she is, she never gives anybody anything. แปลว่า แม้ว่าเธอจะร่ำรวย แต่เธอก็ไม่เคยให้อะไรแก่ผู้อื่นเลย

Fool as she looks, she always seems to make the wisest proposals. แปลว่า แม้ว่าหล่อนจะดูเหมือนโง่ แต่เธอก็ให้ข้อเสนอแนะที่ดูเนียนที่สุดเสมอ

*** โดยปกติแล้วถ้าเขียน  As ไว้ที่ยังตำแหน่งที่อยู่หน้าประโยค คำ ๆ จะสามารถมีความหมายได้หลากหลายอย่าง เช่น เพราะว่า หรือาจหมายถึง ขณะ ก็ได้อีกด้วย

  • ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยกริยาวิเศษณ์ 

ตัวอย่างเช่น

 Never do she abandon her friend in trouble. เธอไม่เคยทิ้งเพื่อนของเธอ ยามที่เจอปัญหาเลย

Rarely does he go to dinner late. เขาไม่เคยไปรับประทานอาหารค่ำช้าเลย

Little does I know that the police are about to arrest her. ฉันไม่ทราบเลยว่าตำรวจกำลังจะจับเธอ

  • ประโยคในลักษณะของ connected statement หรือประโยคที่มีความคล้อยตามกัน 

ตัวอย่างเช่น

Focus bought a book, and so did Kik. แปลว่า โฟกัสซื้อหนังสือ และกิ๊กก็ซื้อด้วยเช่นเดียวกัน

She has gone abroad. So has Jame. แปลว่า เธอเดินทางไปต่างประเทศแล้ว เจมส์ก็ไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

และนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของรูปแบบประโยคเท่านั้น โดยหลักการทางภาษาอังกฤษยังมีมากกว่านี้นัก หากจะต้องการเก่งในภาษานี้แล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องทำการฝึกฝนและท่องจำให้ได้มากที่สุดสำหรับหลักการต่างๆที่จำเป็นต่อการใช้

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่